Smurfs (2025) สเมิร์ฟ

รีวิวหนัง Smurfs (2025) สเมิร์ฟ

ภาพยนตร์แอนิเมชัน Smurfs (2025) ผลงานล่าสุดจาก Paramount Animation กำกับโดย Chris Miller (จาก Puss in Boots), เขียนบทโดย Pam Brady (จาก South Park, Team America) นำทีมนักพากย์โดย Rihanna (Smurfette), James Corden (No Name), John Goodman (Papa Smurf) และนักแสดงชื่อดังอื่น ๆ พร้อมเจาะลึกลงสู่โลกของ Smurfs ที่มีแนวคิดแบบมัลติเวิร์สแฟนตาซี การออกฉายโลกครั้งแรกที่บรัสเซลส์เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2025 และฉายในสหรัฐฯ วันที่ 18 กรกฎาคม 2025

โครงเรื่องเริ่มจาก Papa Smurf (John Goodman) ถูกอมนุษย์พ่อมด Razamel จับตัวไป Smurfette (Rihanna) และ No Name (James Corden) ผู้ซึ่งยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริง ต้องออกเดินทางผ่านมิติต่าง ๆ เพื่อช่วย Papa และปกป้องหนังสือลึกลับจากพลังอันตราย หนังสือเวทย์ถือเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันไม่ให้พ่อมดครอบครองพลังเพื่อควบคุมจักรวาล ตัวละคร No Name เป็นตัวแทนของแนวคิดเรื่อง “การค้นหาตัวตน” ที่ถูกนำเสนอผ่านบทสนทนาและการเดินทาง

เรื่องราวเริ่มต้นด้วยการเล่าเกี่ยวกับหนังสือเวทมนตร์ทั้งสี่เล่ม ที่ช่วยรักษาสมดุลของจักรวาล ขณะที่เหล่าวายร้ายจาก กลุ่มนักเวทชั่วร้าย พยายามรวบรวมทั้งหมดเพื่อครอบครองพลังมืด หนึ่งในหนังสือเล่มนั้นคือ Jaunty Grimoire (พากย์เสียงโดย Amy Sedaris) ซึ่งหนีออกมาได้หลังจากที่ Papa Smurf, Ken และ Ron เข้าช่วย ตอนนั้น Razamel (พี่ชายของ Gargamel) มุ่งหมายจะตามหาหนังสือเล่มนั้น เราพบกับฉากการเต้นรำและร้อง ของ Smurf Village ที่นำโดย Papa (John Goodman) และ Smurfette (Rihanna) รายล้อมด้วย Brainy, Vanity, Worry, Hefty และ Grouchy เป็นต้น ในหมู่ Smurfs ทั้งหมดมีอยู่หนึ่งนามว่า No Name (James Corden) ที่กำลังสงสัยถึงตัวตนและอยากมี “สิ่งหนึ่ง” ที่ทำให้ตัวเองโดดเด่น

No Name เดินออกมานอกหมู่บ้านร้องเพลงเศร้า รู้สึกโดดเดี่ยว จน Jaunty ไปได้ยินและมอบพลังเวทย์ให้เขาโดยบังเอิญ พลังวิเศษของ No Name ดึงดูดความสนใจของ Razamel เขาใช้มันเปิดพอร์ทัลบุก Smurf Village จับตัว Papa Smurf ก่อน Smurfette พยายามสกัดพอร์ทัล แต่ไม่สำเร็จ จน Papa หลุดเข้าไปในมิติอื่น และฝากให้พวกเขาไปตามหา Ken ทีม Smurfs (Smurfette, No Name, Brainy, Hefty, Worry, Vanity) และ Gargamel ถูกส่งผ่านพอร์ทัลไปยัง ปารีส เจอกับ Smurfs กลุ่ม International Neighborhood Watch Smurfs ที่นำโดย Moxie (Sandra Oh) พวกเขาพาพบ Ken ผู้มีบาดแผลในใจจากการทะเลาะกับ Ron แต่ถูกเกลี้ยกล่อมให้เข้าร่วมภารกิจช่วย Papa ต่อไป

จากนั้นพวกเขาพยายามบุกปราสาทของ Razamel แต่ถูกทับพลังสนามบังคับทำให้ตกลงไปที่ ออสเตรเลีย (Australian Outback) ซึ่งได้พบกับ Mama Poot (Natasha Lyonne) และกลุ่ม Snooterpoots ที่ขโมยของ พวกเธอช่วยเปิดเผยแผนการของ Razamel ที่ปราสาท Razamel ทีมพบว่า Jaunty ถูกเขาควบคุม และวางแผนผนึกหนังสือเวทมนตร์ให้สมบูรณ์ ในขณะเดียวกัน No Name ต้องเผชิญกับความกลัว แต่ท้ายที่สุดเขาเรียก “สิ่งหนึ่งของเขา” กลายเป็น Magic Smurf ที่สามารถใช้พลังช่วยชีวิต Smurfs คนอื่นได้

รูปแบบสไตล์ของหนังเรื่อง Smurfs (2025) สเมิร์ฟ

หนังใช้เทคนิคภาพที่หลากหลาย ผสมเทคนิคแอนิเมชันแบบคลาสสิก (Claymation), สไตล์เด็กวาด (Crayon drawing), 8-bit, Anime และแม้กระทั่งซีเควนซ์ใต้น้ำสุดเซอร์ ไปจนถึงมุขสัญลักษณ์แบบตลกเชิงอารมณ์ขัน ซึ่งสร้างความสดใหม่ทางสายตา มีตัวละครแปลก ๆ เช่น tardigrade พูดได้ (voiced by Jimmy Kimmel), รวมถึง Sound Effects Smurf และชุมชนสีส้มของ Moxie (Sandra Oh) ที่เพิ่มความหลากหลาย แต่บางช่วงก็ถูกประเมินว่าไม่เข้มข้นกับพล็อตหลักเท่าที่ควร

Smurfs ถูกออกแบบให้มีรายละเอียดมากขึ้นในพื้นผิวและสีผิว (texture) เพื่อให้แตกต่างจากเวอร์ชันเก่า เพิ่มตัวละครใหม่ เช่น No Name, Moxie, Snooterpoots และ tardigrade ยักษ์ ที่เน้นความแปลกและตลกเหนือจริง ตัวร้าย Razamel ออกแบบให้ดูแฟนตาซีผสมขำขัน ไม่ดุดันจนเด็กกลัว เด็กเล็กอาจเพลิดเพลินกับสีสัน ตัวละคร และมุกตลกทางกายภาพ (slapstick) ผู้ใหญ่จะสังเกตเห็นมุกเสียดสี การล้อเลียน และการอ้างอิง pop culture หลายช่วง สไตล์โดยรวมคือ การผสมความคลาสสิกของ Smurfs กับความบ้าพลังและทันสมัยของแอนิเมชันยุคใหม่

เราพบกับฉากการเต้นรำและร้องของ Smurf Village ที่นำโดย Papa (John Goodman) และ Smurfette (Rihanna) รายล้อมด้วย Brainy, Vanity, Worry, Hefty และ Grouchy เป็นต้น ในหมู่ Smurfs ทั้งหมดมีอยู่หนึ่งนามว่า No Name (James Corden) ที่กำลังสงสัยถึงตัวตนและอยากมี “สิ่งหนึ่ง” ที่ทำให้ตัวเองโดดเด่น

สรุปรีวิว Smurfs (2025) สเมิร์ฟ

Smurfs (2025) พยายามสร้างความแตกต่างด้วยมุมมองมัลติเวิร์ส แอนิเมชันหลายสไตล์ และธีมค้นหาตัวตนที่ควรจะทำให้เรื่องมีความน่าสนใจ แต่สิ่งเหล่านี้กลับถูกบดบังด้วยบทที่ซับซ้อนเกินไป มุขตลกระดับผิวเผิน ตัวละครเยอะเกิน และเพลงที่ไม่เข้ากับเนื้อเรื่อง แม้จะมีจุดแง่บวก เช่น การออกแบบภาพ แรงบันดาลใจ หรือเสียงพากย์ระดับคุณภาพ แต่ผู้ชมส่วนใหญ่ยังเห็นว่าเป็นภาคที่น่าผิดหวังในแฟรนไชส์ Smurfs หนังที่ผสมความคลาสสิกของสเมิร์ฟเข้ากับความบ้าพลังของแอนิเมชันยุคใหม่ เหมาะกับคนที่อยากดูงานภาพหลากสไตล์และมุกตลกเหนือจริง แต่ถ้าหวังโครงเรื่องกลมกล่อมและเล่าเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง อาจรู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์เต็มที่

เว็บดูหนังไซไฟ